เรื่องย่อ ศึกรักมายาชีวิต (The War of Beauties) ตอนที่ 2

คุณนายสามเห็นคุณนายรองไม่ลงจากเกี้ยวเสียที นางจึงจงใจแสร้งพูดอวดว่าหมอให้นางพักมากๆ เพราะเป็นประโยชน์ต่อเด็กในครรภ์  อีกอย่างคุณนายใหญ่และเถ้าแก่รองต่างก็ให้ความสำคัญกับเด็กในครรภ์มาก ทุกวันจึงควรให้หมอมาตรวจ…คุณนายรองตำหนิคุณนายสาม ในเมื่อพึ่งตั้งครรภ์ได้ไม่นาน ครรภ์ยังไม่แข็งแรง ทำไมถึงออกมานอกบ้าน ก่อนจากไปคุณนายสามจงใจพูดอวดอ้างต่อคุณนายรองว่าหมอตรวจครรภ์แล้ววินิจฉัยว่าเด็กในครรภ์มีความเป็นได้ที่จะเป็นเด็กผู้ชาย

สาวใช้ส่วนตัวของคุณนายสามถูกมัดแล้วถูกนำตัวมาหาคุณนายรอง คุณนายรองต่อว่าสาวใช้ดูแลคุณนายสามไม่ดี ปล่อยให้นางตั้งครรภ์ จากการมอบหมายของคุณนายรอง สางใช้ลอบเข้าไปในห้องนอนของคุณนายสามยามวิกาลเพื่อให้สับเปลี่ยนรองเท้าของนาง คนไข้ซื้อยาปลอมจากบ้านสกุลไป๋ไปกินจนเกือบตาย ดังนั้นคนไข้จึงมาอาละวาดที่บ้านสกุลไป๋ ทำให้คนงานบ้านสกุลไป๋และคนไข้ชกต่อยกันขึ้นมา เถ้าแก่รองคลี่คลายสภาพการณ์ ไม่เพียงให้หมอตรวจรักษาคนไข้ ทั้งยังให้คำมั่นสัญญากับคนไข้ว่าถ้าหากบ้านสกุลไป๋ขายยาปลอมเป็นความจริง ก็จำเป็นต้องรับผิดชอบอย่างแน่ๆ คนงานสามคนที่มี่หน้าที่ซื้อยาเข้าร้านไม่ยอมรับว่าซื้อยาปลอม แต่แล้วเถ้าแก่รองก็มีหนทางจับตัวคนงานที่ทำความผิดได้ จากนั้นก็ให้ลงโทษตามกฏเกณฑ์บ้านสกุลไป๋

ไฉ่เวยแสดงความยินดีต่อเฉียนเซิงที่จะได้เป็นพ่อคนแล้ว ไฉ่เวยสอบถามเฉียนเซิงว่าตอนนี้คุณนายใหญ่เป็นอย่างไรบ้าง เฉียนเซิงบอกเกี่ยวกับเรื่องของพี่ใหญ่ แม่ตำหนินางมาโดยตลอด แต่นางก็ยังเป็นห่วงแม่เช่นนี้ มีสิ่งของติดอยู่บนเส้นผมของไฉ่เวย เฉียนเซิงช่วยนำออกให้ ชุ่ยผินบอกว่านางได้กลิ่นแปลกๆ เพราะว่าสายตาเถ้าแก่รองที่มองไฉ่เวยนั้นเป็นพิเศษ เต๋อกุ้ยบอกว่าเมื่อใดที่

เถ้าแก่หม่าพูดคุยกับพ่อบ้านหม่าถึงปัญหาซันชีที่ด้อยคุณภาพจนทั้งสองมีปากเสียงกันขึ้นมา เฉียนเซิงกล่าวว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเถ้าแก่หม่าต้องถูกพ่อบ้านหวงปกปิดแน่ๆ เชื่อว่าเถ้าแก่หม่าต้องแก้ปัญหาได้อย่างแน่ๆ หม่าฟู่ฟางเดินเผ่านาทักทายเถ้าแก่หม่าผู้เป็นพ่อ เถ้าแก่หม่ากำชับหม่าฟู่ฟางดูแลสามีให้ดี จากนั้น เถ้าแก่หม่าก็เดินบ่นพึมพำคนเดียเวดินไปตามท้องถนน โดยปักใจว่าพ่อบ้านหวงจงใจเป็นอริกับตนเอง จำเป็นที่จะต้องให้เห็นถึงความร้ายกาจของตนบ้าง หม่าฟู่ฟางคิดเป็นแม่สื่อให้ไฉ่เวย หานเซิงกล่าวว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของสกุลหวง เราไม่ควรเข้าไปจุ้นจ้าน รองเท้าของคุณนายสามถูกสับเปลี่ยน ทำให้คุณนายสามหกล้มจนมีเลือดออก สาวใช้ที่แอบสับเปลี่ยนรองเท้าของคุณนายสาม รีบนำความไปรายงานคุณนายรอง

สาวใช้นำความรายงานคุณนายสี่เรื่องที่คุณนายสามประสบอุบัติเหตุ ทั้งหมดเพราะเวรกรรม คุณนายใหญ่ให้แม่นมชุยบอกว่านางใส่ยาลงไปในอาหารของคุณนายรอง นี่เป็นเหตุให้ห้าปีนี้นางไม่ตั้งครรภ์เสียที ใครให้เฉียนเซิงไม่ใช่ลูกในไส้ของตน  ขอเพียงคุณนายรองไม่ให้กำเนิดลูกชายคนโต  นางก็ยังมีฐานะดังเดิม  แม่นมชุยกล่าวว่าลูกในครรภ์ของคุณนายสามไม่ได้รับอันตราย…คุณนายใหญ่โกรธมากสั่งห้ามไม่ให้แม่นมชุยพูดต่อไป   คุณนายใหญ่กล่าวว่าบ้านสกุลไป๋ มีที่ให้สำหรับคนฉลาด ไม่มีที่ให้สำหรับคนโง่  คุณนายรองเสแสร้งต่อหน้าคุณนายสาม โดยจะลงโทษสาวใช้ที่ดูแลไม่ดี เฉียนเซิงเถ้าแก่รองขัดขวาง เหมยเซียงพบเห็นความผิดปกติบนรองเท้า สาวใช้โกหกว่าคุณนายสามรักสะอาด ดังนั้นทุกครั้งที่กลับมาถึงบ้านจำเป็นที่จะต้องเช็ดด้านบนของรองเท้าให้สะอาด คุณนายรองกำชับสาวใช้ข้างกาย จะเก็บชิงหงไว้ไม่ได้

คุณนายใหญ่ดื่มชาโสมแล้วความคิดว่ามีสรรพคุณไม่เลวนัก ต่อมาถึงได้รู้ว่าเป็นความสามารถไฉ่เวย  คุณนายใหญ่เรียกไฉ่เวยเผ่านาหานาง เมื่อไฉ่เวยกำลังอ้าปากพูด คุณนายใหญ่ก็พ่นน้ำชาใส่หน้าไฉ่เวย จากนั้นก็ต่อว่าไฉ่เวยเป็นเหตุให้เฉียนฟงผิดใจกับนางจนออกจากบ้านไป เฉียนเซิงตามไฉ่เวยออกไป คุณนายรองหม่าฟู่ฟางและพวกแอบดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เหมยเซียงกล่าวว่าเถ้าแก่รองมีใจให้ไฉ่เวย

เรื่องย่อ ลิขิตหัวใจยัยตัวยุ่ง (Rapture and found) ตอนที่ 4

ในขณะที่เฉาเทียนเจียวกำลังเปิดฉากปะทะคารมกับบรรดาเมียๆ ของซื่อไห่ จี๋ตี้ก็วิ่งเผ่านาบอกทุกคนว่าตอนนี้ซื่อไห่กำลังหลงผู้หญิงคนใหม่ที่มีชื่อว่า "ทังเหยวียนเหยวียน" ชนิดหัวปักหัวปำและอีกไม่นานซื่อไห่ก็จะพาคุณเข้าบ้านเพราะคุณมีดวงที่จะได้ลูกชาย หลังฝันว่าซานลิ่วแต่งงานกับหญิงอื่นและเขาเห็นคุณเป็นแค่ 'น้องชาย'  จี๋ตี้ก็สะดุ้งตื่นด้วยความผิดหวัง คุณแต่งตัวเป็นผู้หญิงแล้วไปหาซานลิ่วที่ตลาดหมายให้ซานลิ่วรู้ว่าคุณเป็นผู้หญิง แต่ซานลิ่วกลับจำคุณไม่ได้ซ้ำยังชวนคุณดูดวง พอสังเกตมองว่าคุณหน้าตาเหมือนเด็กชายหนุ่ม (จี๋ตี้) ที่เอาถุงเงินของตนไป  เขาก็คิดว่าคุณเป็นพี่น้องกับจี๋ตี้จึงขอความเห็นอกเห็นใจและบอกคุณว่าถุงเงินมีความสำคัญต่อตนมาก  ฝูซ่วยพบนิโคลัสที่โรงเตี๊ยมจึงถามว่าอวิ๋นเยียนหน้าตาเป็นอย่างไร นิโคลัสจะบอกว่าสวยมากแต่เขาบรรยายความงามของคุณไม่เคลียร์ ฝูซ่วยฟังยังไม่ทันจบเลยเข้าใจผิดคิดว่าอวิ๋นเยียนหน้าตาอัปลักษณ์และคิดที่จะล้มเลิกการแต่งงานกับคุณ เขาตัดสินใจว่าครองรักกับฉู่เย่วเลยบุกไปหาฉู่เย่วถึงที่ห้องโดยไม่รู้ว่าเหลิ่งเหมยอยู่ด้านในห้องด้วย จากนั้นก็รับสารภาพความในใจและให้คำมั่นกับฉู่เย่ว แต่สุดท้ายก็โดนเหลิ่งเหมยและฉู่เย่วไล่ออกจากห้อง

อวิ๋นเยียนและสาวใช้แกล้งปลอมตัวเป็นชายเพื่อให้มาสืบดูพฤติกรรมของฝูซ่วยให้เห็นกับตา อวิ๋นเยียนแต่งตัวเลียนแบบหมอและใช้ชื่อว่า "โจวอวิ๋น" โดยบอกผู้คนว่าตนเป็นหลานและสืบทอดวิชาแพทย์มาจากหมอเทวดา "โจวจี้ซื่อ" ซึ่งเป็นเรื่องจริง หลังได้พบและรู้จักกับจี๋ตี้โดยบังเอิญ อวิ๋นเยียนจำใจมอบกำไลหยกล้ำค่าให้จี๋ตี้หลังถูกจี๋ตี้สงสัยว่าเป็นผู้ชายทำไมใส่กำไลหยก ขณะอยู่ในโรงเตี๊ยมฝูซ่วยเกิดปวดท้องกระทันหันจึงบอกให้คนรับใช้นามว่า "เสี่ยวเกอต้า" รีบไปตามหมอมารักษา จี๋ตี้กำลังจะพาอวิ๋นเยียนไปที่โรงน้ำชา เมื่อเสี่ยวเกอต้าเห็นอวิ๋นเยียนก็รู้ทันทีว่าคุณเป็นหมอจึงร้องเรียกและขอให้ช่วยรักษานายของตน

ในตอนแรกอวิ๋นเยียนช่วยรักษาและเขียนใบสั่งยาให้ฝูซ่วยตามธรรมดาก็แค่ไม่คิดค่ารักษา ครั้นพอรู้ว่าคนไข้ของคุณคือฝูซ่วย  แถมเขายังพูดว่าไม่อยากแต่งงานกับคุณหนูตระกูลอวิ๋นเพราะคุณหนูอวิ๋นหน้าตาอัปลักษณ์ ทั้งยังคิดยกเลิกงานแต่งเพื่อให้จะได้ครองรักกับฉู่เย่ว อวิ๋นเยียนก็รู้สึกโกรธเลยแกล้งทุบตีและใช้เข็มทิ่มเขาโดยอ้างว่าเป็นวิธีการรักษา หลังได้ยินเองกับหูว่าฝูซ่วยไม่อยากแต่งงานกับตน อวิ๋นเยียนก็ร่ำไห้และกลับบ้านด้วยความช้ำใจ นิโคลัสมาที่บ้านสกุลอวิ๋นแล้วพบว่าอวิ๋นเยียนขังตัวเองอยู่แต่ในห้องโดยไม่ยอมทานข้าวทานปลาทำให้ฮูหยินอวิ๋นเป็นห่วง  เลยอาสาช่วยสนทนาให้ พอรู้ว่าอวิ๋นเยียนถูกพ่อแม่จับแต่งงานแบบคลุมถุงชนเขาก็รับไม่ได้ และบอกอวิ๋นเยียนว่าผู้หญิงในประเทศตนสามารถเลือกคู่ครองได้โดยอิสระ

เรื่องย่อ สัญญาณลับ ล่าข้ามเวลา (Signal)

กำกับ: คิม วอนซอก
เขียนบท: คิม อึนฮี
แนวละคร: อาชญากรรม, ระทึกขวัญ, ลึกลับ, โรแมนติก, แฟนตาซี
จำนวนตอน: 16
ออกอากาศ:  เกาหลี – 22 มกราคม 2559 – 12 มีนาคม 2559 ทางทีวีเอ็น
                       ไทย – ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 – 21.30 น. ทางทรูโฟร์ยู (หมายเลข 24) ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 – 7 กุมภาพันธ์ 2561

เรื่องย่อ

ละคร "สัญญาณลับ ล่าผ่านเวลา (Signal)" นำเสนอเรื่องราวในแวดวงตำรวจ เนื้อหากล่าวถึงการร่วมมือกันไขคดีค้างเก่าที่ยังปิดไม่ลงและกำลังจะหมดอายุความ ระหว่างตำรวจสืบสวนคดีอาชญากรรมใน "โลกปัจจุบัน" กับตำรวจสืบสวนจาก "โลกอดีต" โดยผ่านทาง "วิทยุสื่อสาร" เพื่อให้คืนความเป็นธรรมให้ผู้กลายเป็นเหยื่อและครอบครัว ด้วยการเผยความจริงและนำคนร้าย (ตัวจริง) มาลงโทษ

ละครเปิดฉากขึ้นในวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2543  ณ สนามของโรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง ในขณะที่เพื่อให้นเด็กนักเรียนคนอื่นๆ ต่างจับคู่กันฝึกซ้อมแบดมินตัน "คิม ยุนจอง" เป็นคนเดียวที่ไม่มีคู่ฝึกซ้อม เมื่อคุณหันไปเห็น "ปาร์ค แฮยอง" ซึ่งปลีกตัวไปยืนดูเพื่อให้นอยู่ห่างๆ อย่างเหงาๆ ตามลำพังโดยไม่ได้เปลี่ยนชุดพละ คุณจึงหันไปยิ้มให้แฮยองอย่างเป็นมิตรแต่แฮยองแกล้งทำเป็นเมิน เมื่อแฮยองหันกลับไปมองยุนจองอีกทีก็พบเพียงความว่างเปล่า เขาจึงกวาดตามองในสนามก่อนก้มหน้าเขี่ยดินเล่น หลังจากนั้นไม่นานยุนจองก็ยื่นไม้แบดฯ ให้แฮยองพร้อมรอยยิ้ม แต่แฮยองกลับลุกหนีโดยไม่พูดไม่จา

หลังโรงเรียนเลิกแฮยองซึ่งยังคงไม่มีเพื่อให้นเดินออกจากห้องเรียนเป็นคนสุดท้าย หลังเพื่อให้นๆ มีผู้ปกครองมารับจนเกือบหมดแล้ว แฮยองจึงถือร่มเดินออกมาที่หน้าตึกเพราะฝนกำลังตกหนัก เมื่อเห็นยุนจองยืนอยู่ตามลำพังเพราะยังไม่มีคนมารับและไม่มีร่ม แฮยองจึงรีบซ่อนร่มคันใหญ่ไว้ด้านหลัง ยุนจองเห็นดังนั้นจึงส่งยิ้มให้แฮยอง แต่แฮยองกลับทิ้งคุณไว้แล้ววิ่งหนีไปท่ามกลางสายฝนโดยไม่กางร่ม ระหว่างนั้นเขาเห็นหญิงสาวสวมรองเท้าส้นสูงสีแดงยืนกางร่มท่ามกลางสายฝนตามลำพัง เมื่อหันกลับไปมองยุนจองอีกรอบก็พบว่าคุณกำลังเดินไปกับหญิงสาวคนดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว เขาจึงรีบวิ่งฝ่าสายฝนกลับบ้าน

ขณะนั่งทานบะหมี่พลางดูทีวีในบ้านตามลำพัง แฮยองได้ยินรายงานข่าวกล่าวว่าเด็กนักเรียนหญิงชั้นประถมในจังหวัดคยองกีคนหนึ่งถูกคนร้ายลักพาตัวหลังโรงเรียนเลิก เขาจึงเงยหน้าขึ้นดูและพบว่าผู้เรียนหญิงคนดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นคือ…ยุนจอง!!!

เรื่องย่อ ฮวารัง อัศวินพิทักษ์ชิลลา (Hwarang: The Poet Warrior Youth) ตอนที่ 3

กร็ดความรู้ทางประวัติศาสตร์

"จูรยองจู" คือ ลูกเต๋าไม้ 14 หน้าในยุคชิลลา   มีไว้ใช้เล่นเกมดื่มสุราเพื่อให้ความสนุกสนาน แต่ละหน้ามีข้อความภาษาจีน (สมัยนั้นยังไม่มีการประดิษฐ์อักษรเกาหลี) ที่ระบุบทลงโทษหรือคำสั่งที่ต้องปฏิบัติตาม เช่น  "三盞一去" (ดื่มทีเดียวสามแก้วรวด), "衆人打鼻" (โดนผู้เล่นคนอื่นๆ ชกหรือตีจมูก), "自唱自飮" (ทั้งร้องเพลงและดื่มเองคนเดียว), "飮盡大笑" (ดื่มหมดแก้วแล้วหัวเราะดังๆ), "禁聲作舞" (เต้นรำโดยไม่มีดนตรี), "有犯空過" (อยู่นิ่งๆ ห้ามขยับแม้โดนรุม), "弄面孔過 " (อยู่นิ่งๆ ห้ามขยับแม้โดนจักจี้ใบหน้า), 曲臂則盡 (คล้องแขนดื่มกับสหายคนหนึ่งจนหมดแก้ว), 醜物莫放 (ดื่มเหล้าในแก้วโดยไม่เอาสิ่งแปลกปลอมหรือของน่ารังเกียจออก) ฯลฯ (นอกจากละครเรื่องนี้แล้ว ลูกเต๋าชนิดดังที่ได้กล่าวมาแล้วยังปรากฏในละครเรื่อง "ซอนต๊อก" ตอนที่ 6 อีกด้วย) – ภาพจาก NAVER

ชายคนดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วคือ "มักมุน" เพื่อให้นสนิทที่เติบโตมาด้วยกันกับมูมยอง เมื่อมาถึงเขาก็กระโดดถีบหัวหน้านักเลงจนล้มคว่ำ เขามาเพื่อให้ปกป้องมูมยองจึงท้าสู้กับเหล่านักเลงด้วยน้ำเสียงอันเกรี้ยวกราด จากนั้นก็โชว์ลูกเตะเพื่อให้เป็นการข่มขู่ทั้งที่ต่อสู้ไม่เป็น และนั่นก็ทำให้เขาโดนสามนักเลงรุมซ้อมจนสะบักสะบอม เมื่อมูมยองฟื้นขึ้นมาแล้วเห็นเพื่อให้นโดนรุมซ้อมเขาก็ลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับสามนักเลงด้วยสีหน้าเอาเรื่อง มักมุนโวยลั่นว่าทำไมไม่ฟื้นให้เร็วกว่านี้ มูมยองจึงถามมักมุนว่าเจ็บมากมั๊ย มักมุนยอมรับว่าเจ็บมากจากนั้นก็เตือนมูมยองว่าอย่าทำให้ถึงตาย สามนักเลงได้ยินดังนั้นก็เริ่มใจไม่ดี มูมยองเจ็บแค้นแทนเพื่อให้นจึงเตือนให้สามนักเลงรีบหนีไป เมื่อมองว่าสามนักเลงยังคงยืนงง มูมยองจึงตะโกนด้วยเสียงอันดังลั่นว่า "วิ่ง!" สามนักเลงจึงรีบวิ่งหนีเข้าไปในป่าโดยมีมูมยองกับมักมุนตามไล่ล่า 

หลังวิ่งผ่านสะพานไม้เหนือลำธารไปอีกฝั่งของผาหิน สามนักเลงก็ช่วยกันดันสะพานไม้ให้ตกลงสู่เบื้องล่าง จากนั้นก็เย้ยมูมยองว่าถ้าแน่จริงให้ตามพวกตนมา หัวหน้านักเลงเห็นมูมยองหันหลังเดินกลับไปก็รู้สึกสังหรณ์ใจจึงถามลูกน้องว่าฉายาของมูมยองคืออะไร เมื่อลูกน้องบอกว่า "แคแซ" (แค หรือ แก แปลว่า สุนัข / แซ แปลว่า นก) เขาก็สงสัยว่าทำไมมูมยองจึงมีฉายาเช่นนั้น สมุนนักเลงจึงตอบว่าเพราะมูมยองเหมือนหมา (บ้า) และนก (ที่แท้มูมยองถอยไปตั้งหลักก่อนเหินผ่านไปหาสามนักเลงอีกฝั่งสมดังฉายา) สามนักเลงเห็นดังนั้นก็ถึงกับยืนตะลึง

เรื่องย่อ คุณคือใคร นายนัมชิน? (Are You Human?) ตอนที่ 5

กำกับ: ชา ยองฮุน, ยูน จงโฮ
เขียนบท: โช ชองจู
แนวละคร: ไซไฟ, โรแมนติก, ลึกลับ
จำนวนตอน: 36 (ตอนละ 35 นาที)
ออกอากาศ: เกาหลี – 4 มิถุนายน 2561- 7 สิงหาคม 2561
                      ไทย – ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15-21.45 น. ทางพีพีทีวี เอชดี (หมายเลข 36) ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2561 – 9 มกราคม 2562
หัวหน้าทีมบอดี้การ์ดแถลงการณ์ว่าชินขึ้นเครื่องแล้วแต่เขาจองตั๋วไปแอลเอแบบเที่ยวเดียว ยองฮุนจึงรีบขึ้นเครื่องตามไปแต่กลับพบว่าชินไม่อยู่บนเรือบินลำดังกล่าวข้างต้น ทันใดนั้น ชินก็โทรฯ มาเย้ยจากเรือบินอีกลำซึ่งกำลังบินอยู่บนท้องฟ้า ยองฮุนขอให้ชินพรีเซนต์รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ (รถยนต์ไร้คนขับ) ก่อนแล้วอยากไปไหนค่อยไป ชินแย้งว่าตนชอบเรือบินมากกว่ารถยนต์  ยองฮุนชักเริ่มหงุดหงิดจึงถามว่าชินจะไปไหนกันแน่ เขาเกรงว่าถ้าประธานนัมรู้เข้าจะเป็นเรื่อง ชินถามกลับว่าเรื่องที่ตนรังแกผู้หญิงแพร่สะพัดในโลกโซเชียลหรือยัง ที่แท้ชินคิดแผนสร้างสภาพการณ์เอาไว้ตั้งแต่ต้น เขาอ้างว่าตนกำลังกลายเป็นข่าวฉาวขืนแบกหน้าไปพรีเซนต์จะส่งผลเสียต่อรถยนต์รุ่นใหม่ไร้คนขับซึ่งเป็นธุรกิจสำคัญของพวกตน ที่ตนจะหายตัวไปเพราะเห็นแก่ภาพลักษณ์บริษัท คนร้ายกาจอย่างปู่กับคนที่เต็มไปด้วยพิษสงอย่างผู้ตัดสินซอคงชอบใจน่าดูที่ตนไม่อยู่ เขาบอกให้ยองฮุนเลิกเป็นเงาตามตัวตนและวางสายไป
โซบงถูกหัวหน้าทีมบอดี้การ์ดตำหนิอย่างร้ายแรงที่แอบถ่ายวีไอพีในระหว่างประจำการเสียเอง ยองฮุนเห็นดังนั้นจึงเดินมาห้ามและบอกให้หัวหน้าทีมบอดี้การ์ดทำเรื่องลาออกให้โซบง พร้อมกับทำหนังสือแจ้งไปยังสมาคมเพื่อให้ไม่ให้โซบงเป็นบอดี้การ์ดได้อีกต่อไป โซบงได้ยินแล้วถึงกับช็อค คุณนำเศษซากนาฬิกาไปคืนนักข่าวโช พอรู้ว่าโซบงตกงานนักข่าวโชก็รู้สึกผิดและอดเป็นห่วงไม่ได้ โซบงแย้งว่าตนงกและอยากทำเอง จากนั้นก็พูดเหมือนไม่แยแส (แต่ในใจแสนเจ็บปวด) ว่าต่อให้ต้องไปอารักขาหมาของคนรวยตนก็จะทำ พูดจบโซบงก็เดินจากไปโดยไม่เหลียวหลัง  เมื่อชินโทรฯ มาหา นักข่าวโชก็กล่าวว่าโซบงยังไม่รู้ความจริง คุณถามกึ่งโวยว่าทำไมต้องตบหน้าโซบงด้วยในเมื่อพวกตนคิดแผนเอาไว้ตั้งแต่ต้น คุณรู้สึกผิดที่ไม่ได้บอกโซบง และกลัวว่าถ้าโซบงรู้ทีหลังมีหวังตนตายแน่ แถมโซบงยังโดนไล่ออกอีกด้วย ชินขี้เกียจฟังนักข่าวโชพูดพล่ามจึงตัดบทด้วยการวางสายใส่ทันที
ขณะอยู่บนเรือบิน ชินไม่รู้ว่าตนกำลังถูกชายคนหนึ่งซึ่งมีรอยสักรูปงูที่ลำคอจับตามองอยู่ทางด้านหลังอย่างไม่ประสงค์ดี

เรื่องย่อ รักเหนือฟ้าธิดาจักรพรรดิ (Perish in the Name of Love)

กำกับ: ฟางจวิ้นหัว, โอวเย่าซิง, ถานซุ่ยหมิง, อู๋ก้วนอวี่, เหลียงเย่าเจียน
เขียนบท: หลิวเสี่ยวฉวิน, ม่ายซื่อหลง, หลีเจียหมิง, พานม่านหง, เสี่ยนฮุ่ยซาน, เฉินเจี๋ยปิน
แนวละคร: ย้อนยุค, โรแมนติก, ดราม่า
จำนวนตอน: 32
ออกอากาศ: ฮ่องกง – 24 มีนาคม 2546 – 3 พฤษภาคม  2546 ทางทีวีบี
                       ไทย – ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.45-15.45 น. ทางช่อง 3 แฟมิลี่ (หมายเลข 13) ตั้งแต่วันที่ 19 เมษายน 2562 – 14 มิถุนายน 2562

เรื่องย่อ

"รักเหนือฟ้าธิดาพระราชาธิราช" (Perish in the Name of Love) ดัดแปลงมาจากบทละครงิ้วกวางตุ้งเรื่อง "ตี้หนี่ว์ฮัว" ของ "ถังตี๋เซิง" เนื้อหากล่าวถึงตำนานความรักระหว่าง "องค์หญิงฉางผิง" พระธิดาในจักรพัตราธิราชฉงเจิน (พระราชาธิราชองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์หมิง) กับ "โจวซื่อเสี่ยน" โดยก่อนหน้านี้บทละครงิ้วเรื่องดังที่กล่าวผ่านมาแล้วเคยถูกค่ายเอทีวีของฮ่องกงนำมาดัดแปลงเป็นละครกำลังภายในเรื่อง "ศึกสองนางพญา" นำแสดงโดย หมีเซี๊ยะ, หวีอันอัน, เดวิด เจียง ฯลฯ  ออกอากาศในปี 1981 (พ.ศ. 2524)

ละคร "รักเหนือฟ้าธิดาพระราชาธิราช" หยิบยกเอาตอนจบของบทละครงิ้วมากล่าวถึงตอนต้นเรื่อง โดยละครเปิดฉากขึ้นหลังราชวงศ์หมิง (ซึ่งปกครองโดยชาวฮั่น) ถูกชาวแมนจู (ชนเผ่าหนี่ว์เจิน) โค่นล้มแล้วสถาปนาราชวงศ์ชิงขึ้นมาปกครองแผ่นดินแทน หลังปกครองแผ่นดินจงหยวน (รอบๆที่ราบภาคกลางซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของชาวฮั่น) นาน 2 ปีแต่ราษฎรยังคงเคียดแค้นชิงชัง "ตัวเอ่อร์กุ่น" ผู้สำเร็จราชการแทน "จักรพัตราธิราชซุ่นจื้อ" แห่งราชวงศ์ชิง คิดใช้องค์หญิงฉางผิงเป็นกาวใจให้ชาวฮั่นกับชาวแมนจูอยู่ร่วมกันอย่างสันติ จึงเชิญ "องค์หญิงฉางผิง" กับคนรัก "โจวซื่อเสี่ยน" กลับเมืองหลวงแล้วจัดพิธีอภิเษกให้ทั้งคู่เป็นอย่างมากใหญ่ในวังต้องห้าม (หลังทั้งคู่ต้องเผชิญปัญหาอุปสรรคนานัปการและมีเหตุให้ต้องพลัดพรากจากกันหลายครั้ง ถึงกระนั้นทั้งคู่ก็ยังคงรักมั่นจนเปลี่ยนเป็นตำนานเล่าขาน) แต่สุดท้ายทั้งคู่กลับใส่ยาพิษลงในแก้วเหล้าแล้วดื่มฉลองในคืนแต่งงาน

ก่อนราชวงศ์หมิงล่มสลายสิบปีองค์หญิงฉางผิงยังเป็นเพียงเด็กหญิง ด้วยความที่เป็นเด็กชาญฉลาด ช่างพูด จึงเป็นพระธิดาองค์โปรดของ "พระราชาธิราชฉงเจิน" และยังเป็นหลานรักของ "ไทเฮา" อีกด้วย ในเวลานั้นได้เกิดความระส่ำระสายขึ้นในราชสำนักและบ้านเมือง เนื่องมาจากฮ่องเต้อ่อนแอ ไร้อำนาจ ไม่รู้จักรักษาคนดีคนเก่ง  ใช้คนไม่เป็น ขาดคนจงรักภักดี ประกอบกับเกิดภัยธรรมชาติบ่อยครั้งทำให้ผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย ราษฎรตกทุกข์ได้ยากซ้ำยังถูกขุนนางรีดนาทาเร้น และต้องเผชิญทั้งศึกนอกศึกใน แม้พระราชาธิราชฉงเจินจะพยายามแก้ไขปัญหาแต่ก็ไม่เป็นผล "โจวฮองเฮา" (พระมารดาขององค์หญิงฉางผิง) จึงพยายามประหยัดงบประมาณของข้างใน ทำให้ไทเฮาซึ่งใช้จ่ายแบบมือเติบและชอบดูงิ้วคณะดังไม่พอใจ

เรื่องย่อ ทีมระห่ำพิฆาตทรชน 2 (Anti-terrorism Special Forces II) ตอนที่ 6

จงหยวนแก้มัดให้จ้าวซินพลางปลอบโยนคุณ หนึ่งในคนร้ายบังเอิญฟื้นคืนสติจึงคิดลงมือฆ่าขณะที่ทั้งคู่กำลังสวมกอดกัน โชคดีที่ต้าเผิงบุกมาช่วยทันเวลา ในตอนนั้นคนร้ายกลุ่มใหญ่ได้กรูเผ่านาสมทบในโรงงานร้างพร้อมอาวุธสงคราม ต้าเผิงจึงบอกให้ทั้งคู่รีบหาที่หลบซ่อนพลางช่วยยิงสกัด หลังพาจ้าวซินไปหลบในที่ปลอดภัยแล้วจงหยวนจึงมอบปืนที่ไม่มีกระสุนของตนให้จ้าวซิน (ไว้ใช้ตบตาคนร้าย) จากนั้นก็ออกไปช่วยต้าเผิงต่อสู้กับคนร้าย ต้าเผิงโยนปืนไรเฟิล (Type 95 Automatic) ของตนให้จงหยวนแล้วใช้ปืนพกยิงสู้กับคนร้ายแทน หลังกระสุนหมดจงหยวนจึงฝ่าดงกระสุนไปหยิบปืนยาวสองกระบอกของคนร้ายที่ตกอยู่บนพื้นก่อนโยนให้ต้าเผิงหนึ่งกระบอก จากนั้นก็ช่วยกันยิงต่อสู้กับคนร้าย ครั้นคนร้ายขว้างระเบิดมือใส่ทั้งคู่จึงรีบกระโดดหนีและหาที่กำบัง

หนึ่งในคนร้ายถือปืนเดินไปหาจ้าวซินซึ่งหลบอยู่หลังรถเข็นที่ทำจากเหล็ก โชคดีที่จงหยวนหันไปเห็นเข้าจึงช่วยคุณไว้ได้ทัน เขาคิดว่าในนี้ไม่ปลอดภัยจึงสั่งให้ต้าเผิงพาจ้าวซินหนีออกไปก่อน จากนั้นก็บอกจ้าวซินว่าตนไม่ได้กำลังบอกลา แต่ถ้าจ้าวซินไปอยู่ในที่ปลอดภัยตนก็จะปลอดภัยเช่นกัน (ไม่ต้องคอยห่วงหน้าพะวงหลัง) เมื่อต้าเผิงพาจ้าวซินออกไปแล้วจงหยวนจึงเปิดฉากปาระเบิดมือ (ของคนร้าย) พลางยิงปะทะ ก่อนล่อคนร้ายนับสิบไปอีกทางทันที หลังจากนั้นไม่นานกองกำลังหลักของหน่วยดำเนินงานพิเศษฯ ก็บุกเข้าไปในอาคารโรงงานร้างและฆ่าคนร้ายได้ทั้งหมด

ปาเมี่ยนโฝโกรธมากที่ทำตามคำแนะนำของจิงเหลย (ฟ้าลั่น) แล้วยิ่งคว้าน้ำเหลว เพราะนอกจากจะจับปลาใหญ่ไม่ได้แล้ว ยังทำให้เสียโอกาสแก้แค้น และต้องสูญเสียกำลังคนอย่างมาก จิงเหลยแย้งว่าคนของปาเมี่ยนโฝไม่ได้เรื่องเอง (เขาได้ดูไลฟ์สด) เขาชี้ว่านี่เป็นเพียงการเริ่ม และเตือนว่าตอนนี้ปาเมี่ยนโฝไม่ได้เป็นแค่เจ้าพ่อค้ายาฯ ระหว่างชายแดนอีกต่อไปแล้ว หลังปาเมี่ยนโฝทำงานไม่ได้ดั่งใจ จิงเหลยจึงโทรฯ หา "ปาหมัวเอ่อร์" (ลูกชายคนรองของปาเมี่ยนโฝ) โดยบอกให้เตรียมขึ้นเป็นผู้นำองค์กรแทนบิดา

เรื่องย่อ นางพญางูขาว (The Destiny of White Snake) ตอนที่ 4

หลังจากนั้นจื่อเซวียนกับหลิงฉู่ก็เปิดฉากต่อสู้กันอย่างดุเดือด หลิงฉู่มองว่าจื่อเซวียนไม่ยอมต่อสู้จนสุดกำลังจึงตำหนิจื่อเซวียนที่ไม่รักษาสัญญา จื่อเซวียนแย้งว่าสงครามภายในสี่สมุทรเพิ่งจะยุติลง เหตุใดพวกตนถึงยังคงต่อสู้กัน หลิงฉู่ชี้ว่านี่เป็นสัญญาพันปีที่อาจารย์ของพวกตนตกลงกันไว้หมายพิสูจน์ว่าใครเป็นยอดความสามารถชั้นหนึ่ง วันนี้ตนต้องรู้ให้ได้ว่าใครเก่งกว่าใคร (งูขาวน้อยได้ยินดังนั้นก็ถึงกับตัวสั่นด้วยความตกอกตกใจกลัว) จื่อเซวียนรู้สึกผิดหวังที่หลิงฉู่ยึดติดกับชื่อเสียงมากเกินไป และชี้ว่าเป้าหมายของการประลองคือการเรียนรู้จากอีกข้าง แต่หลิงฉู่ยังคงยืนกรานว่าจะต่อสู้จนกว่าจะรู้ผลแพ้ชนะ หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ต่อสู้กันอย่างดุเดือดอีกรอบโดยที่หลิงฉู่เป็นข้างรุก งูขาวน้อยสำนึกในบุญคุณของจื่อเซวียนจึงออกมาช่วยรับมือกับหลิงฉู่ หลิงฉู่นึกไม่ถึงว่าอยู่ๆ จะมีงูโผล่ออกมา (และพยายามฉก) เขาจึงเสียสมาธิและเป็นข้างเพลี่ยงพล้ำ แต่เขาไม่ยอมรับความปราชัยในคราวนี้

จื่อเซวียนช่วยรักษาอาการบาดเจ็บให้หลิงฉู่ และพบว่าเดิมทีร่างกายของหลิงฉู่ก็บอบช้ำและบาดเจ็บอย่างหนักอยู่ก่อนแล้วแต่เขาพยายามปกปิดเอาไว้ ซ้ำยังบุกมาท้าดวลกับตนแทนที่จะรักษาตัว หลิงฉู่ตัดพ้อว่าอย่างน้อยจื่อเซวียนก็น่าจะแสดงความสามารถให้ตนเห็นและยอมรับ (ว่าจื่อเซวียนเก่งกว่า)  เขากล่าวว่าวันนี้พวกตนไม่รู้ผลแพ้ชนะเพราะถูกงูขาวน้อยก่อกวน หากตนพบงูขาวตัวนั้นอีกรอบจะฆ่ามันให้ตายคามือ จื่อเซวียนโวยลั่นว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวงูขาวน้อยเลยสักนิด จากนั้นก็นำยาที่ปรุงด้วยตัวเองมาให้หลิงฉู่ดื่มเพื่อให้บรรเทาความร้อนภายใน (พลังหยาง) ชั่วคราว พลางบอกให้หลิงฉู่เลิกหมกมุ่นเรื่องใครเก่งกว่ากัน แม้จะเจ็บหนักแต่หลิงฉู่ยังคงคาใจและไม่อาจปล่อยวางในเรื่องนี้

ครั้นหลิงฉู่กระอักเลือดจื่อเซวียนจึงกระชากอกเสื้อของหลิงฉู่เพื่อให้ตรวจดูอาการบาดเจ็บ เขาถึงกับตกตะลึงเมื่อพบว่ารอบๆหน้าอก (รอบๆหัวใจ ซึ่งเป็นธาตุไฟ หรือ "หยาง") ของหลิงฉู่บอบช้ำหนักสุด จึงเตือนว่าขืนปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา ความร้อนภายในที่มากเกินไปจะแผดเผาพลังเซียนของหลิงฉู่ หลิงฉู่เปรยว่าหัวใจงูเป็นหยิน (มีพลังความเย็น) จึงช่วยรักษาความร้อน (ไฟ) ในหัวใจตนได้ เสี่ยวไป๋ (ซึ่งแอบฟังทั้งคู่คุยกันที่หน้าประตู) ได้ยินดังนั้นจึงรีบเผ่นทันที

* อาการ "ไฟในหัวใจ" (ซินหั่ว) คือภาวะที่เกิดความร้อนในหัวใจ หรือความร้อนรบกวนหัวใจ  (หัวใจเป็นอวัยวะที่ควบคุมอารมณ์และสติ เมื่อไฟสะสมที่หัวใจมากเกินไปจะทำให้การควบคุมอารมณ์ผิดปกติ)

เรื่องย่อ รักไม่ลับฉบับแฟนเกิร์ล (Her Private Life) ตอนที่ 6

ไรอันซึ่งอยู่ในนิวยอร์กพบว่าหนึ่งในภาพวาดชุดฟองสบู่กำลังจะถูกนำออกประมูลที่เมืองจีนจึงตัดสินใจบินไปที่เซี่ยงไฮ้ทันที ขณะที่ต๊อกมีเองก็บินไปเซี่ยงไฮ้เพื่อให้ประมูลภาพวาดทั้งหมดของศิลปินที่ชื่อ "อีวานอฟ" ตามคำสั่งของผอ.ออม บังเอิญว่าทั้งคู่นั่งอยู่ใกล้ๆ กัน ครั้นหันไปมองไรอันแล้วพบว่าเขามีหน้าตาละม้ายเหมือนชีอันคุณเลยอดหันไปมองบ่อยๆ พลางยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่ได้ ไรอันรู้สึกตัวว่ากำลังถูกหญิงสาวที่พึ่งจะชนะประมูลภาพวาดศิลปินดังจ้องมองหลายครั้ง เขาเลยประชดด้วยการเปรยว่า "สร้างสรรค์ขึ้นในปี 1987 (ปีเกิด) ลายเส้นประณีต ลักษณะใบหน้ามีความสมดุล อัตราส่วนที่บริบูรณ์แบบคือลักษณะเฉพาะตัว ผลงานชิ้นนี้มีชื่อว่า…ไรอัน โกลด์" ตอนแรกต๊อกมีนึกว่าเขากำลังเอ๋ยถึงภาพวาด แต่พอรู้ว่าเขากำลังบรรยายสรรพคุณตัวเองคุณก็ถึงกับอึ้ง  แถมเขายังหันมาจ้องหน้าคุณและถามว่า "อยากได้ไหม" ครั้นต๊อกมีตอบทันควันว่า 'ไม่' ไรอันจึงเหน็บว่า เห็นคุณจ้องตาเป็นมันตนเลยนึกว่าอยากได้ ต๊อกมีเมินหน้าหนีแล้วแอบบ่น "ท่าจะเพี้ยน"

ต๊อกมีนึกไม่ถึงว่าหนึ่งในคอลเลคชั่นภาพวาดชุดฟองสบู่ของศิลปินที่ชื่อลีซลจะถูกนำมาประมูลในงานนี้ด้วย คุณนึกถึงคลิปที่ชีอันบอกว่าเขาหลงรักภาพฟองสบู่ของศิลปินที่ชื่อลีซลตั้งแต่ต้นเห็น และหมายมั่นว่าจำเป็นจะต้องนำภาพนี้กลับไปเป็นของขวัญวันเกิดชีอันให้ได้ ขณะที่ไรอันเองก็ตั้งอกตั้งใจเดินทางมาที่นี่เพื่อให้ประมูลภาพนี้เช่นกัน หลังคำนวณยอดเงินในกองทุนเพื่อให้ของขวัญวันเกิดชีอัน (ซึ่งเหล่าแฟนเกิร์ลของชีอันร่วมลงขันสมทบ) แล้วพบว่ามีงบฯ ทั้งสิ้น 30 ล้านวอน หรือประมาณ 27,000 เหรียญสหรัฐ (กว่าแปดแสนบาท)  ต๊อกมีจึงคิดที่จะใช้เงินทั้งหมดเพื่อให้การนี้ เมื่อการประมูลภาพฟองสบู่เริ่มขึ้นที่ราคา 10,000 เหรียญสหรัฐ ต๊อกมีกับไรอันก็แข่งกันประมูลภาพดังที่กล่าวผ่านมาแล้วอย่างดุเดือดจนราคาพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ครั้นราคาประมูลพุ่งทะลุ 27,000 เหรียญสหรัฐ ต๊อกมียังคงไม่ยอมแพ้และคิดที่จะนำเงินส่วนตัวทั้งหมดที่มีมาสมทบ ถึงกระนั้นราคาประมูลก็ยังพุ่งไม่หยุดเพราะไรอันไม่ยอมแพ้ แต่ทว่าราคาสุดท้ายที่ต๊อกมีเสนอได้ (หลังทุ่มจนหมดตัว) คือ  29,000 เหรียญสหรัฐ คุณจึงได้แต่ภาวนาให้ไรอันยอมถอย ปรากฏว่าไรอันยังคงสู้ต่อ เขาจึงคว้าภาพไปครองด้วยสนนราคา 30,000 เหรียญสหรัฐ

FURY (2014): วันปฐพีเดือด

Fury เป็นภาพยนตร์สงครามอเมริกันปี 2014 ที่เขียนและกำกับโดย David Ayer และนำแสดงโดย Brad Pitt, Shia LaBeouf, Logan Lerman, Michael Peña, Jon Bernthal, Jason Isaacs และ Scott Eastwood ภาพยนตร์เรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงทีมรถถังของสหรัฐฯที่ต่อสู้ในนาซีเยอรมนีในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของโรงละครยุโรปในสงครามโลกครั้งที่สอง Ayer ได้รับอิทธิพลจากการให้บริการของทหารผ่านศึกในครอบครัวของเขาและจากการอ่านหนังสือเช่นกับดักมรณะของเบลตันวายคูเปอร์เกี่ยวกับหน่วยยานเกราะของอเมริกาในสงครามโลกครั้งที่สองและอัตราการบาดเจ็บที่สูงโดยพลรถถังในยุโรป

เริ่มการผลิตในต้นเดือนกันยายน 2013 ใน Hertfordshire ประเทศอังกฤษตามด้วยการถ่ายภาพหลักในวันที่ 30 กันยายน 2013 ใน Oxfordshire การถ่ายทำดำเนินต่อไปตรงเวลาหนึ่งเดือนครึ่งในสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งรวมทั้งเมืองออกซ์ฟอร์ดและสรุปในวันที่ 13 พฤศจิกายน Fury ได้รับการปล่อยตัวตอนวันที่ 17 ตุลาคม 2014 ได้รับการวิจารณ์ในเชิงบวกและทำรายได้ 211 ล้านเหรียญทั่วโลก
ในช่วงต้นเดือนเมษายน พ.ศ. 2488 ข้างสัมพันธมิตรได้ผลักดันครั้งสุดท้ายไปสู่ใจกลางอันมืดมนของนาซีเยอรมนีโดยเผชิญกับการต่อต้านที่ร้ายแรงและคลั่งไคล้มากขึ้น Don "Wardaddy" Collier ซึ่งเป็นจ่าสิบเอกประจำทัพสหรัฐที่แข็งกร้าวในกองหุ้มเกราะที่สองสั่งการรถถัง M4 Sherman "Easy Eight" ที่มีชื่อเล่นว่า Fury และลูกเรือที่มีประสบการณ์: มือปืน Boyd "Bible" Swan, รถตัก Grady "Coon-Ass" Travis คนขับรถ Trini "Gordo" Garcia และผู้ช่วยพลขับธนู "Red" ซึ่งทุกคนร่วมกันต่อสู้มาตั้งแต่การรณรงค์ในแอฟริกาเหนือ สีแดงถูกฆ่าและถูกแทนที่โดยนอร์แมนเอลลิสันชั้นหนึ่งส่วนตัวเสมียนพนักงานพิมพ์ดีดจาก V Corps ที่ถูกย้ายไปเป็นผู้แทน

เมื่อพวกเขาเผ่านาในเยอรมนีลึกลงไปเรื่อย ๆ ความไร้ประสบการณ์ของนอร์แมนก็แปลงเป็นอันตรายอย่างรวดเร็วเขามองเห็น แต่ล้มเหลวในการยิงทหารเด็กของ Hitler Youth ที่ซุ่มโจมตีรถถังของหัวหน้าหมวดด้วย Panzerfaust ฆ่าลูกเรือทั้งหมด ต่อมาเขาลังเลที่จะยิงระหว่างการต่อสู้กับปืนต่อต้านรถถัง ดอนโกรธและกลุ้มอกกลุ้มใจเพราะเขาไม่มีความก้าวร้าว หลังการสู้รบเขาเห็นทหารเยอรมันที่ถูกจับใส่เสื้อคลุมของทัพสหรัฐฯและสั่งให้นอร์แมนประหารชีวิตเขา เมื่อเขาปฏิเสธดอนแย่งปืนพกในมือและบังคับให้เขาเหนี่ยวไกฆ่านักโทษและทำให้นอร์แมนบาดเจ็บ

ขณะนี้ดอนดำรงตำแหน่งหัวหน้าหมวดรถถังเข้ายึดเมืองเล็ก ๆ ได้อย่างง่ายดาย จากนั้นดอนและนอร์แมนเข้าไปในอพาร์ตเมนต์และพบกับหญิงสาวชาวเยอรมันชื่อเออร์มาและเอ็มม่าลูกพี่ลูกน้องของคุณ อย่าจ่ายบุหรี่ให้พวกเขาเป็นอาหารร้อนและน้ำร้อนสำหรับโกนหนวด นอร์แมนและเอ็มม่าผูกพันและตามคำกระตุ้นของดอนทั้งสองก็เข้าไปในห้องนอนและบอกเป็นนัยว่าจะมีเซ็กส์ ต่อมาในขณะที่ทั้งสี่คนนั่งทานอาหารลูกเรือที่เหลือก็เมาเรือเข้าไปรังควานผู้หญิงและกลั่นแกล้งนอร์แมน แต่ดอนตำหนิพวกคุณอย่างหนักแน่น พวกเขาถูกเรียกตัวไปปฏิบัติภารกิจเร่งด่วน แต่ในขณะที่คนเตรียมออกไปปืนใหญ่ของเยอรมันก็พุ่งเป้าไปที่เมืองฆ่าเอ็มม่าและทำให้นอร์แมนบาดเจ็บ

หมวดรถถังได้รับคำสั่งให้จับและยึดทางแยกที่สำคัญเพื่อให้ปกป้องระดับด้านหลังของแผนก ระหว่างทางพวกเขาถูกซุ่มโจมตีโดยรถถัง SS Tiger ซึ่งกวาดล้างกลุ่มทั้งหมดยกเว้น Fury ในที่สุดความโกรธก็ทำลายเสือด้วยการหลบหลีกและยิงเข้าไปในเกราะด้านหลังที่บางกว่า ไม่สามารถแจ้งผู้บังคับบัญชาได้เนื่องมาจากวิทยุได้รับความเสียหายดอนตัดสินใจที่จะพยายามทำภารกิจให้สำเร็จ เมื่อมาถึงทางแยกรถถังถูกทุ่นระเบิดตรึงไว้ ดอนส่งนอร์แมนไปสำรวจเนินเขาใกล้ ๆ จากนั้นในที่สุดเขาก็เห็นกองพันของทหารราบ Waffen-SS ใกล้เผ่านา ลูกเรือที่เหลือต้องการหนี แต่ดอนตัดสินใจที่จะอยู่ต่อไปในที่สุดก็โน้มน้าวให้คนอื่น ๆ ยืนหยัดต่อสู้

พวกผู้ชายปลอมตัว Fury เพื่อให้ให้ดูเหมือนว่าถูกทำให้ล้มแล้วซ่อนตัวอยู่ข้างใน ในขณะที่พวกเขารอในที่สุดลูกเรือก็ตั้งชื่อเล่นให้นอร์แมน – "เครื่องจักร" – เพื่อให้แสดงการยอมรับ จากนั้นพวกเขาก็ซุ่มโจมตีชาวเยอรมันทำให้บาดเจ็บล้มตายอย่างหนักในการสู้รบที่ยาวนานและโหดเหี้ยม Grady ถูกฆ่าโดย Panzerfaust ที่เจาะป้อมปืน Gordo ถูกยิงขณะปลดระเบิดมือและเสียสละตัวเองด้วยการปิดมันก่อนที่มันจะระเบิดจากนั้นมือปืนก็ฆ่า Bible และบาดแผลอย่างร้ายแรง Don ดอนสั่งให้นอร์แมนหลบหนีออกมาทางพื้นขณะที่เยอรมันทิ้งระเบิดมันฝรั่งบดลงไปในรถถัง นอร์แมนหลุดออกไปก่อนที่มันจะระเบิดฆ่าดอน นอร์แมนพยายามซ่อนตัวในขณะที่ชาวเยอรมันเดินหน้าต่อไป แต่ถูกทหารเอสเอสชายหนุ่มพบเห็นผู้ลังเลจึงจากไปโดยไม่แจ้งเตือนสหายของเขา

เช้าวันรุ่งขึ้นนอร์แมนคลานกลับเข้าไปในรถถังโดยที่เขาคลุมร่างของดอนด้วยแจ็คเก็ต เขาได้รับการช่วยเหลือจากทหารอเมริกันที่ยกย่องให้เขาเป็นฮีโร่ ในขณะที่นอร์แมนถูกขับออกไปในรถพยาบาลเขามองย้อนกลับไปที่ทหาร SS ที่เสียชีวิตจำนวนมากนอนอยู่รอบ ๆ Fury ที่พิการในขณะที่ทัพอเมริกันยังคงรุกคืบ กล้องจะกางออกเผยให้เห็นความโกรธที่ใจกลางกะโหลกศีรษะมนุษย์ที่มีสไตล์